ARAYA's profileAlong the Way!!!PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Along the Way!!!January 26 โดน Tag Bouble**เริ่มด้วยที่เจ๊โอ๋ Tagมาคนแรก แต่ด้วยความขี้เกียจสุดใจ...เลย ขอติดไว้ก่อน...
ต่อมาก็โดนTag จากคุณลมอีกคน โดน Double เลย งั้นเริ่มเลยละกัน
ขืนดอง Tag ไว้นานๆจะโดนซ้ำซ้อน ...
สำหรับเพื่อนๆที่จะโดนTagต่อนั้น เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
จะมาอธิบายให้ฟังว่า Tag คืออะไร..
Tag* คืออะไร ?? (( ก๊อปเค้ามา ! ! )และขอก๊อปต่ออีกที!!!) จริงๆมันคือ Blog Tag เป็นนวัตกรรมใหม่ในหมู่ blogger ที่ระบาดเข้าสู่เมืองไทย ( ขนาดนั้นเลยเรอะ) หลักการของมันคือ คนที่โดน Tag* จะต้องเขียน "สิ่งที่คิดว่าคนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับตัวเรา" 5 อย่าง และส่งต่อหรือที่เรียกว่า Tag นี้ไปให้คนอื่นอีก 5 คน ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นใคร เคยเขียนบล็อกเรื่องอะไรมาก่อน แต่ถ้าโดน Tag* เมื่อไหร่ เก๊าะต้องมาเล่าเรื่องตัวเอง 5 เรื่องซะดีๆ~
เรื่องที่1* เริ่มด้วยเรื่องราวในครอบครัวก่อนละกัน มิ้งเป็นหลานสาวคนโตของตระกูลฝ่ายคุณแม่ และเป็นหนึ่งในหลานสาวเพียงสามคนของตระกูลนี้ จากหลานทั้งหมด 13 คน เป็นลูกสาวคนโตของคุณพ่อคุณแม่ มีพี่น้องสี่คน น้องชายแท้ๆ 1คน และน้องสาวและน้องชายอย่างละคน
เรื่องที่2* มิ้งเป็นเด็กไฮเปอร์ ชอบทำให้ตัวเอง Busy อยู่ตลอดเวลา อยู่ไม่ค่อยติดบ้าน หาเรื่องออกจากบ้านได้ทุกวัน เดี๋ยวนี้ดีขึ้นไม่ค่อยเป็นแล้วอาการนี้ ==' นิสัยเสียนิดหน่อย (รุได้ไง อาจจะเยอะก็ได้ เข้าข้างตัวเอง) เป็นคนตรงไปตรงมา( บางทีออกจะเกินไป ) เอาแต่ใจตัวเองในบางเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นคนตามใจคน ไม่ค่อยกล้าปฏิเสธคน เพราะกลัวเค้าเสียความรู้สึก ไม่ชอบทำให้ใครรู้สึกแย่ เป็นคนใจอ่อน แต่ก็เด็ดขาดมาก แม้เรื่องที่ต้องเด็ดขาดจะต้องฝืนใจก็ตาม TT TT ยอมให้ตัวเองเสียใจมากแค่ทีเดียวดีกว่า ต้องทรมานเสียใจและนอยต่อเนื่องยาวนาน มันรู้สึกว่าเกิดมาก็ไม่เคยคิดร้ายกับใครทำไมเราต้องมาทนกับเรื่องที่ทำให้เสียใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดด้วย (สาเหตุนี้ทำให้ตัดใจในหลายๆเรื่อง แม้ใจจริงจะไม่อยากเลยก็ตาม) คนเราไม่ควรดำเนินชีวิตด้วยจิตใจหม่นหมอง เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง (ระดับนึง) เป็นข้อเสียอย่างมากสำหรับมิ้ง เพราะเวลาทำอะไรถ้าเห็นว่าทำแบบนี้แล้วมันจะออกมาดี แม้คนอื่นจะไม่ค่อยเห็นด้วย ก็จะยืนยันหัวชนฝา บางทีอาจจะเผด็จการหน่อยๆด้วย==' ด้วยเหตุนี้เลยทำงานอะไรกับคนเยอะๆ ไม่ค่อยจะHappyเท่าไหร่ เป็นคนเชื่อ Sense ของตัวเอง มันเป็นเรื่องไม่มีหลักการและเหตุผลเลย แต่ไม่เคยพลาดเลยนะ ส่วนใหญ่จะรู้สึกเสียใจทีหลังทุกที ที่ไม่เชื่อความรู้สึกของตัวเอง มีหมอดูทักว่าเป้นคนมีสัมผัสที่6 ไม่ค่อยอยากจะเชื่อแต่ทักกันเยอะเหลือเกิน=="
เรื่องที่3* มิ้งเป็นเด็ก Sensitive อ่อนไหวง่ายกับทุกเหตุการณ์ (อันนี้ไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ ) ชอบทำตัวเข้มแข็งแต่จริงๆแล้วหวั่นไหวง่ายสุดๆ ด้วยที่เป็นคนแบบนี้ก็เลย มีเรื่องให้รู้สึกน้อยใจอยู่บ่อยๆ แต่ก็ด้วยนิสัยที่ Sensitive นี่เองก็ทำให้แต่ใครทำอะไรให้นิดๆหน่อยๆก็จะรู้สึกดีกับสิ่งเล็กๆน้อยๆนั้นได้ง่ายๆ เวลาใครทำให้น้อยใจ แล้วเค้าทำอะไรที่เหมือนจะชดเชยให้ก็จะหายน้อยใจไปเอง (โดยที่ส่วนใหญ่คนที่โดนมิ้งน้อยใจมักจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ)มันเลยสมดุล คิดว่างั้นนะ ==" เป็นคนเชื่อคนง่าย (รึเปล่าหว่า) ก็ไม่เชิงซะทีเดียว เพียงแต่ถ้าคนที่ตั้งใจว่าจะเชื่อมั่นในตัวเค้า ก็จะเชื่อมั่นอย่างจริงจัง เป็นคนเชื่อคำพูดคน แม้เรื่องที่บอกจะจริงและเชื่อได้แค่ไหนก็ไม่รู้ ==" ไม่ชอบเล่นเกมส์จิตวิทยา ถ้าอยากให้มิ้งทำอะไรหรือเป็นแบบไหน บอกมาตรงๆน่าจะได้ผลที่ดีกว่า ...
เรื่องที่4* มิ้งเกลียดการ Fake สุดใจ ถ้าไม่ชอบหรือไม่ถูกใจใครก็จะใช้วิธีเลี่ยงๆไม่ไปสุงสิงดีกว่าต้องปั้นหน้าทำเป็นดีกับเค้าทั้งๆที่ในใจไม่ใช่ เกลียดการโกหกที่สุดในโลก ถ้าหากบอกความจริงแล้วจะทำให้มีปัญหากัน มันก็นิดหน่อย อาจจะเคืองๆในเรื่องนั้นๆ อย่างมากก็โกรธ แต่ถ้าโกหกมันรู้สึกว่า โดนหลอก รับไม่ได้ และอาจจะทำให้เป็นเพื่อนกัน ไม่ได้อีกเลย... มิ้งเป็นประเภทฝังใจ เป็นคนที่ทำให้เกลียดยากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกส์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก (อยากให้เห็นว่ายากจริงๆ) เพราะไม่อยากเกลียดใคร ใครทำอะไรร้ายๆ อย่างมากก็แค่โกรธเค้าเดี๋ยวๆก็หาย แต่ถ้าทำให้มิ้งเกลียดได้ก็เก่งมาก และจะไม่มีวันที่จะเลิกเกลียดด้วย อาจจะให้อภัยแต่ไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นเพื่อนหรือแม้แต่คนรู้จักกันอีก ในชีวิตนี้มีคนที่ทำได้แค่คนเดียว ไม่สิๆๆๆ มีอยู่คนนึง สงสัยเป็นอริกันเมื่อชาติที่แล้ว(มั้ง) เกลียดเค้าจริงจังโดยไม่มีสาเหตุ ตัวเองยังแอบสงสัยเลยว่าทำไมไปเกลียดเค้าหล่ะ (เป็นคนมีเหตุผลนะ แต่ฝืนความรู้สึกเกลียดกับคนๆนี้ ๆไม่ได้จริงๆ)
เรื่องที่5* มิ้งเป็นเด็กใจง่าย...ใครชวนไปไหนก็ไป แม้ว่าตัวเองอาจจะไม่ค่อยว่าง แต่ถ้าใครชวนไปไหนทำอะไร ยิ่งเที่ยวนี่ ไม่เคยปฏิเสธ อันนี้เพื่อนๆคงจะรู้ข้อนี้ดี... ไม่เชื่อลองชวนดูสิ อิอิ.. ชอบเที่ยวมาก แต่ไม่เที่ยวกลางคืนนะ ถ้าคนที่รู้จักมิ้งจะรู้ว่าชอบถ่ายรูป ชอบเที่ยวธรรมชาติ ถ้าเป้นไปได้ ต่อไปอยากใช้ชีวิตอยุ่นอกเมืองหลวง... หรือเป็นไปได้อยากทำอาชีพที่ได้เที่ยวหลายๆที่ อยากใช้ชีวิตให้คุ้ม ได้ไปเที่ยวหลายๆที่ให้รู้สึกว่า โอ้ ชีวิตนี้คุ้มแล้ว...ก็คงจะอยู่นิ่งๆในบ้านต่างจังหวัดที่สงบๆ เย็นๆ รายล้อมด้วยต้นไม้ เลี้ยงหมาด้วย (บางคนอาจจะคิดว่า เป็นไปไม่ได้หรอก) สำหรับมิ้งไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าหรอก ขอแค่ใช้ชีวิตทุกวันไอย่างมีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ มิ้งว่าความสำเร็จ มันขึ้นอยู่กับทัศนคติมากกว่า ถ้ามิ้งได้ทำแต่ครึ่งเดียวของความคาดหวังข้างบน มิ้งก็ถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว...
เย่ๆๆๆ เมื่อทำตามกติกาเรียบร้อยแล้ว ก็Tagต่อได้ อิอิ...
รู้สึกว่าเค้าให้ Tag ต่อได้ 5 คน แต่มิ้งโดน Double เพราะฉะนั้น Tagต่อได้ 10 คน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
เริ่มด้วย
เพื่อนๆในกลุ่ม บิวเล็ก/บิวใหญ่/ปุ๊ก/เม/ (วี/นีน่า/ขวัญ/แอน ที่ไม่ได้ระบุเพราะพวกเธอไม่เขียน Blogกันนี่ แต่ถ้าจะเริ่มเขียนก็ถือว่าโดน Tagกันถ้วนหน้าแล้วนะ) พี่ Witt พี่ Pooh Nut เก้าเซียน บาส ไมค์ และ อีฟ ส่วนคนอื่นๆที่ไม่ได้ Tag เพราะเห็นว่าโดนกันไปแล้วนะคะ
December 18 ...ช่างโง่จริงๆ...เกิดเรื่องราวมากมายขึ้นในชีวิต
หลายเหตุการณ์สะเทือน...จิตใจ
ด้วยความอ่อนหัดของตัวเอง
มันนำพาเอาเหตุการณ์เหล่านั้นมาหา
...ช่างโง่จริงๆ...
ความคิดมันบอกว่าสิ่งที่ได้เจอนั้นมันช่างเล็กน้อย
เพียงเพราะ...อย่างน้อยมันก็ไม่เลวร้ายที่สุด อย่างที่มันควรจะเป็น...
แต่ในความรู้สึก... ฉันไม่อยากยอมรับว่า...รู้สึกเกลียดตัวเอง...แต่มันเป็นอย่างนั้น
...ช่างโง่จริงๆ...
ใครจะคาดเดาได้ว่า...จะเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นอีกซักกี่ครั้งในชีวิต...
เข้าใจดีอย่างที่สุดว่า โลกนี้ไม่ได้สวยสดไปทุกด้าน ...เข้าใจดีจริงๆ...
แต่หากขอได้...ไม่อยากเจอเรื่องอย่างนี้อีก...แม้สักครั้ง...พอที
ตอนนี้ความรู้สึกบรรเทาลงแล้ว...แต่มันยังอยู่...
อยากร้องไห้...เจ็บใจตัวเอง...แต่เค้นให้ตายก็ไม่ออก...อึดอัด...
พยายามทำทุกอย่างให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม...
แต่ท่าทางจะสูญเปล่า
...ช่างโง่จริงๆ...
...หากร้องไห้ได้สักครั้งมันคงจะดี...
บางทีการทำตัวให้แข็งแกร่งก็ทำร้ายตัวเราเองจากข้างใน
รู้สึก..เกลียดตัวเองจัง...
เมื่อไหร่จะหายนะ...
ขอบคุณนะคะ ช่วยได้เยอะมาก หากต้องอยู่คนเดียว ก็ไม่รู้จะรู้สึกแย่กว่านี้...ซักเท่าไหร่...
...ขอบคุณนะคะที่รับฟัง ขอบคุณที่พยายามทำให้รู้สึกดีขึ้น...
ที่เคยบอกว่า...ให้ตั้งอยู่ในความสงสัย...
ตอนนี้คงจะตั้งอยู่กับความสงสัยได้มากมายขึ้นเยอะ...
แต่อย่างที่รู้ ตอนนี้รู้สึก...เหนื่อย...
การที่จะตั้งแง่อยู่ตลอด...บางที...มันรู้สึกว่าโลกนี้เลวร้ายเหลือเกิน
ไม่มีใครที่เราจะเชื่อได้เลยเหรอ...
มันรู้สึกแย่จริงๆ
หากว่าโลกนี้ ทุกสิ่งอย่างจำเป็นต้องเป็นไปตามกลไกของมัน...
หากคนหิว...ก็ต้องกิน ..
แม้ว่าไม่มีอาหาร เพียงน้ำพอดับกระหายก็ยังดี...
แต่หากจะขอลอยคออยู่เฉยๆไม่ว่ายไปตามกระแส หรือทวนน้ำแต่อย่างใด...
...จะเป็นไรมั้ย...
หากว่าหิวแล้ว อาหารไม่มี น้ำที่อยู่ตรงหน้า หากไม่ดื่ม ฉันจะตายก่อนที่จะมีอาหาร ...ฉะนั้นหรือ...
ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่คิดหรือสิ่งที่เห็นจากคนๆนี้ คืออะไร...
เพราะตัวฉันเองก็ยังไม่รุ้เลยว่าสิ่งที่เป็นอยู่คือสิ่งใด
ตอนนี้มิ้งไม่รู้หรอกค่ะว่าจริงๆแล้วมิ้งคิดและรู้สึกอย่างไร
จะเห็นเป็นอะไรก็แล้วแต่...
มิ้งก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร อย่างไร หรือเมื่อไร
ตอนนี้ไม่รู้ทั้งนั้น
มันอาจจะไม่ได้เป็นเพราะสาเหตุจากเหตุการณ์นั้น
แต่มิ้งกลายเป็นคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองคิดหรือรุ้สึกอย่างไรไปแล้ว
ที่สำคัญมิ้งสูญเสียความมั่นใจในการคาดเดาความคิดคนอื่นไปด้วย
มันเลยทำให้ไม่รู้ว่าใครคิดอะไร...
หากว่าความตรงไปตรงมา...เป็นเครื่องมือให้กับเรื่องตรงหน้านี้ได้...
แต่พูดจริงๆมิ้งไม่เห็นว่ามันจะตรงไปตรงมา...ตรงไหนเลย...
เพราะมันก็อ้อมค้อมอยู่ดี
จริงๆก็ดีแล้ว...
บางทีอะไรที่มันชัดเจนเกินไป
มันจะทำให้เราเลี่ยงที่จะยอมรับความจริงไปไม่ได้ ...เท่านั้นเอง...
เหอะๆๆ
หายไปนาน มาอัพไดฯทีนึงคง ...งง...กันไปเลยหล่ะสิ...
อิอิ
ไม่ต้องเป็นห่วงจะ สบายดีให้เร็วที่สุด....
...ก็ชีวิตมันต้องเดินต่อไป...
October 13 ... หายสงสัยจริงๆ...www.grooffer.multiply.com
อัพแล้วนะคะ อิอิ ตามไปดู เนี่ยเป็นสาเหตุที่หายหน้าหายตาไป
5555+++ ตอนแรกว่าจะลบคอมเม้นต์ " สงสัยจัง " ที่อุตส่าห์ทะยานมาด่าคนอื่นในสเปซของเค้า แต่พอคิดอีกที ก็เก็บไว้ดูเล่นดีกว่า เป็นหลักฐานของความ... ตลกดี555+++ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ คงจะสงสัยว่าทำไม... ตอนแรกมิ้งอ่ะ เคืองมากเพราะนี่มันสเปซของมิ้งอ่ะ มาด่ามิ้งเฉยเลย แต่พอดูที่ลิงค์แล้วฮาแตกสุดๆ... เพราะถึงมิ้งจะมีสมองทำได้แค่นี้แต่ก็ไม่โง่พอ ที่จะเอาลิงค์ของพี่สาวที่สนิทสนมมาแอบอ้าง เด็กปัญญาอ่อนแถมด้วย Autistic ยังรู้เลย โชว์โง่ซะงั้น อิอิ และที่สำคัญพี่คนนี้ไม่มีนิสัยใช้วาจาดูถูกคน ( โดยไม่มองตัวเอง ) และไม่เคยทำตัวชั้นต่ำระรานใครเค้าไปทั่วแบบนี้หรอก... เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ คงจะสงสัยว่าทำไม... ขออนุญาตเจ๊พาดพิงนิดนึงนะคะ (-/\-) เหตุมันเกิดที่สเปซของพี่สาวมิ้งเอง มิ้งไปคอมเม้นต์สเปซพี่เค้าเพราะว่ามี สิ่งมีชีวิตนิสัยไม่ดี มาระรานเจ๊ของมิ้ง แต่ด้วยความฉลาดล้ำของ"สิ่งมีชีวิตนิสัยไม่ดี"ทำให้มองข้าม คำว่า " my space " แปลว่าอะไร มิ้งมองว่า เรื่องนั้นมันเกี่ยวข้องกับมิ้งโดยตรงเลยแหละ เพราะคนเราย่อมปกป้องคนที่เรารัก และป้องกันตัวเมื่อมีภัย ...อันนี้ถูกมั้ยครับพี่น้อง ...
และที่สำคัญ มิ้งไม่ได้ไปคอมเม้นต์ด่าเจ้าของสเปซแม้แต่น้อย เพราะแม้ มิ้งจะมีสมองแม้เพียงน้อยนิด แต่ยังสำนึกได้ว่านั่นมันที่ส่วนตัวของเค้า...
อีกอย่างพอจะมีพื้นฐานมารยาทที่ถ่ายทอดมาบ้างเหมือนกัน... เฮ้อ!!! กรรมจริงๆๆ มิ้งน่าจะแอบอ้างชื่อคนอื่นนะตอนคอมเม้นต์ จะได้ตามตัวไม่ได้ ไม่งั้นไม่โดนตามมาด่าอย่างงี้หรอก เฮ้อ++++ 555++ ก็คงเป็นกรรมของมิ้งจริงๆนั่นแหละ ก็มิ้งดันไปคอมเม้นต์ให้เค้าร้อนรนจนต้องแล่นมาด่ามิ้งคืนเนี่ย... กรรมจริงๆ "จะว่าใครผ่านสเปชคนอื่นอ่ะน่ะดูตัวเองด้วยว่าเป็นอย่างไร อย่าดีแต่ว่าคนอื่น มีสมองอ่ะคิดซะมั้ง" เอ๋!!!! แต่ว่านั่นมันสเปซของพี่สาวมิ้งนี่นา แล้วคุณคนนี้เค้าก็ทำพฤติกรรมแบบที่ว่าเลยไม่ใช่เหรอ ง่ะ... แล้วมาว่ามิ้งทำไมเนี่ย...... จิงๆมิ้งก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักอ่ะ แต่มิ้งก็ไม่เคยไปทำร้ายคนอื่นก่อนเลยนะ แต่มิ้งก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนที่มิ้งรักหรอก เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ คงระรู้ว่ามิ้งเป็นมานุดไม่ชอบหาเรื่องใคร แต่อย่ามาทำมิ้งก่อนนะ แหะๆๆ แล้วมิ้งไม่ดูตัวเองตรงไหนหว่า...
เห้อ...และที่ต้องเอาลิงค์สเปซของเจ๊มาแปะไว้เนี่ยก็กลัวว่าจะใช้คำว่า "จะว่าใครผ่านสเปชคนอื่น" ได้ไม่เต็มปาก อิอิ คิดต่อกันเอาเองนะครับพี่น้อง.... เห้อ สบายใจแล้ว เรามันก็คนเปิดเผยอย่างงี้แหละ55555++++ ยังขำไม่หาย... August 04 ...เฉลย...นานซักเท่าใดแล้วนะ...กับความรักครั้งสุดท้ายของฉัน...
มันจะใช้เวลาอีกซักเท่าใด...กับความรักครั้งใหม่ของฉัน...
คนเราต้องใช้เวลาเท่าใดในชีวิต...เพื่อศึกษาใครอีกคน...
เพื่อจะได้ใช้เวลาซักเท่าใดกัน...ในการอยู่ด้วยกัน...
เราจะนอนใจอย่างไร...กัยโอกาสที่จะได้พบกับความรักครั้งใหม่...
หากว่า...นี่คือโอกาสสุดท้ายในชีวิตของฉัน...
สิ่งใดเล่าที่ฉันพอจะทำได้...
คำตอบของคำถามมากมายในหัวของฉัน...ยังรอคอย...
ความรักนั้นต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ว่ามันเหมาะสมและคู่ควร
ไม่จริงหรอก...คนประเภทไหนกันนะที่ทำแบบนั้นได้...
ความรัก...ไม่ได้ปรานี...ขนาดที่รอให้แน่ใจว่า...เหมาะสมและคู่ควรแล้ว...
...ความรักเกิดขึ้นตลอดระยะทางของเวลา...
คนประเภทไหนกันนะ ...ที่จะยับยั้งไม่ให้เกิดความรู้สึกใดๆ...ระหว่างนั้น...
ฉันเชื่อว่า...หากมีคนประเภทนั้นจริง...คงไม่ใช่คนที่เหมาะสมและคู่ควรเป็นแน่...
ฉันรู้ว่าความรักทำให้หลายต่อหลายคนหวาดกลัว...
แต่หากไม่กล้าที่จะรักหมดหัวใจ...
แล้วเราจะเรียนรู้วิธีการที่จะรักหมดหัวใจได้อย่างไร...
ความรักต้องใช้เวลา...
ฉันไม่รุ้ว่าคนที่ใช่เป็นอย่างไร...ฉันไม่เคยรู้จักความรู้สึกนั้นเลย..
แม่บอกว่า...คนที่ใช่ ...ไม่มีจริงในโลก...
โธ่...ก็อยากจะเชื่อที่แม่บอกอยู่หรอกนะคะ ...
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น...ก็หมดความตื่นเต้นในการค้นหาและรอคอยคนๆนั้นไปเลยหน่ะสิ...
July 18 ...สังขละบุรี...
วันเสาร์ที่ผ่านมา (15 กค.) เกิดอาการอยากหนีความจริงขึ้นมา....
นึกอยากไปกาญจนบุรี ตอนแรกตั้งใจจะไปคนเดียว แต่คุณแม่ติงว่า อาจจะไม่ปลอดภัย...
เลยต้องนั่งหาหนทางอยู่ครึ่งวัน... อ๋องที่คุยกันใน MSN ค้างไว้เมื่อคืน เพิ่งเห็นข้อความหยิบยืมเลนส์ ก็เลยโทรมาถามว่าจะออกเดินทางรึยัง ก็ตอบไปตามนั้น...เลยชวนอ๋อง...ก็ตกลงไป ...ซะงั้น ใจง่ายจริง เพื่อนเรา...555++ ก็ดีแล้ว (ว่าแต่เค้า ไอ้เราก็เป็นประเภทเดียวกันนั่นแหละ)
นั่งแท็กซี่ไปเจออ๋องที่สยาม ... ก็คุยกันว่าจะเริ่มจากที่ไหน...เลยตกลงใจว่าจะไปสังขละบุรี...
ถามเพื่อนเจ้าถิ่น ก็ได้รู้ว่า แม้จะถึงกาญจนบุรีแล้ว ก็ต้องทะยานไปต่ออีก 210 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดหมายปลายทาง
ทางแสนจะไกล ที่รู้สึกเกรงใจที่สุดก็คงเป็นอ๋อง ที่ต้องขับรถอยู่คนเดียว... ขอบคุณนะ ซึ้งจิงว่ะ!!!
เริ่มออกเดินทางก็ปาเข้าไป 5 โมงกว่า เพราะกว่าจะฝ่ารถติดออกจากสยามได้ก็กินเวลานานมั่กๆ...
ยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า ... แต่ก็มีซาลาเปาหมูแดงช่วยไว้...
ด้วยความชิลล...สรุปว่าไม่มีใครรุทางเลย ...อ๋องก็เป็นโรคเดิม เมื่อไม่รุอารายก็จะตามใจมิ้ง...และมิ้งก็อาการเดิม...มั่วตามเคย...เหอะๆๆ
ออกมาถึงปิ่นเกล้า...จริงๆตรงไปทางนครปฐม ก็จะเจอราชบุรี และเข้าสู่กาญจนบุรีได้อย่างง่ายดาย...( อันนี้สาบานได้ว่าเพิ่งรู้ทีหลัง ...อย่าโกรธนะอ๋อง...)
แต่ด้วยความมั่วนิ่มของมิ้งเอง ก็เลือกที่จะไปทางสุพรรณบุรี...555+ ถ้าใครพอจะรู้ทางก็จะแน่ใจได้ว่าอ้อมโลกชัวร์...
ขับรถมาสักพักก็แวะปั๊มน้ำมัน...เพื่อซื้ออะไรรองท้อง แต่ด้วยเจ้าซาลาเปาหมูแดงยังอยู่ในท้องเลยไม่ซื้ออะไรเพิ่มเติม นอกจาโมชิ 2 ขวด และน้ำเปล่าอีกขวดใหญ่ อ๋องเลือกแซนวิชทูน่าสลัดมาปะทังชีวิต 1 ชิ้น...
ขับต่อ....เริ่มรู้สึกว่าขับมานานเกินแล้ว ...และก็เจอทางแยก...ไปกาญจนบุรี อ. สองพี่น้อง...ก็เลี้ยวเข้าไป...
แต่ด้วยความมั่วนิ่มของมิ้งอีกนั่นแหละ บอกว่า อ๋องกลับรถออกไปทางเดิมเหอะ มิ้งว่ามันไม่ใช่ทางนี้อ่ะ ข้างหน้ามันคงมีแยกไปกาญฯอีกแหละ... และอ๋องก็ไว้ใจเนวิเกเตอร์จอมมั่วอีกตามเคย...เหอะๆๆ
ก็ขับต่อกันมาอีกนาน เริ่มใจไม่ดีเพราะมืดลงทุกทีแล้ว แต่ยังไม่เห็นแยกไปกาญฯเลย ...
ลุ้นอยู่ทุกแยกทุกป้ายให้มีป้ายกาญจนบุรีทีเถอะ...
ขับต่อมาอีกนานพอสมควร ก็เริ่มเกริ่นกับอ๋องว่า...ถ้านั้นเป็นแยกเดียวที่ไปกาญฯจะทำไงอ่ะ...
อ๋องก็ตอบมาบอกว่าก็ย้อนกลับไง อ๋องชิลลอยู่แล้ว...
โอ้ !!!! ...โล่งถ้าไม่มีแยกไปกาญฯคงโดนอ๋องฆ่าแน่...
ป้ายเริ่มบอกทางที่ห่างไกลกาญจนบุรีออกไปทุกที...เห้อ..อีก 96 กิโลถึงนครสวรรค์ ซะงั้น แงๆๆๆ
และก็มีป้ายกาญจนบุรีจนได้ เห้อ โล่งอก....
อ๋องบอก รู้สึกเหมือนขับรถย้อนกลับเป็นสี่เหลี่ยมเลย ...เหอะๆๆ
ก็จริงของอ๋องแหละ เรื่องที่คุยกันก็เริ่มไร้สาระขึ้นทุกที...
และแล้วก็มาถึงกาญจนบุรีจนได้ ...เย่ๆๆๆ
จากคำแนะนำของเพื่อนเจ้าถิ่นคนเดิมบอกว่าให้ไปเอาแผนที่ที่ ททท.
เราก็ทะยานถามจนไปถึง ททท.จนได้ แต่ไม่มีใครอยู่เลย...เพื่อนบอกจิงๆต้องมียามอยู่...
แต่ก็ไม่เห็นมีใคร เหลือบไปเห็นลุงคนนึงนั่งอยู่ในความมืด ...เลยถอยรถไปทับ..เอ้ย!!! ถอยไปถามแก...
แกบอกว่าไม่มีใครอยู่แล้ว...เราก็ถอดใจ แต่มิ้งก็เดินไปด้อมๆมองๆอยู่ข้างหน้าเผื่อจะมีแผนที่ทิ้งไว้หน้าออฟฟิศบ้าง และลุงแกก็เดินมาบอกว่า เดี๋ยวลุงแกไปหามาให้ ด้วยความเห็นใจ...
และเราก็ได้โบชัวร์กาญจนบุรีมา 1 แผ่น และหนทางจากการบอกเล่าของลุงพอสังเขป...
เราก็ขับรถออกจากตัวเมืองด้วยความหวังว่า 200 กิโลเมตร คงไม่ยาวนานเกินไป....
พอออกจากตัวเมือง ความสว่างสองข้างทางก็เริ่มจากเราไป พร้อมกับตัวเมือง...
ดูจากความมืดมิดของท้องฟ้า ก็สามารถเป็นเรื่องคุยให้เราได้ฆ่าเวลากันอีกระยะ...
การเดินทางท่ามกลางความมืดก็ทำให้เราต้องหาเรื่องมาคุยกันเพื่อขับไล่ความวังเวงไม่ให้ใกล้เราจนเกินไป...
ปกติเวลาเดินทางไกลๆ มิ้งไม่พลาดที่จะหลับตลอดทาง ...แต่ทริปนี้ต้องตื่นเพื่อเป็นกำลังใจให้อ๋องที่ต้องมีสมาธิกับทางข้างหน้า...
รู้สึกว่า เข้าไปอยู่ใจกลางของคำว่า "ชนบท" อย่างเต็มที่ เพราะ ไฟข้างทางถี่น้อยลงทุกที...จาก20 กิโลเป็น60กิโลและห่างออกไปทุกที...
หนทางเต็มไปด้วยทางคดเคี้ยว...เเละน่ากลัวขึ้นทุกที ฝนก็ตกสร้างให้บรรยากาศรอบตัววังเวงขึ้นไปอีก
ถึงทางแยกสังขละฯทางกลายเป็นทางมุ่งสู่ป่าทึบ จากที่น่ากลัว จนกลายเป็นความรู้สึกที่น่าขนลุก...
เรื่องที่นึกว่าจะหามาคุยก็คุยไปหมดแล้ว...ทำให้บทสนทนาของเรายิ่งไร้สาระจิปาถะจนไม่ได้ใจความ...
รู้สึกได้ถึงความทรมานในการเดินทางมากขึ้น ซาลาเปาหมูสับก็กลายเป็นก้อนพลังงานลงท้องอ๋องไปเรียบร้อย...
และมิ้งก็เพิ่งรู้สึกว่า ซาลาเปาหมูแดงอนูสุดท้ายถูกย่อยไปเรียบร้อย นึกเสียดายที่ไม่รู้จักซื้อเลย์มาติดรถไว้...
เมื่อความอดทนใกล้ถึงจุดขาด...ก็เห็นแสงไฟ บอกถึงที่ตั้งของเมือง...
เป็นการเดินทางที่ยาวไกลมาก...การเดินทาง 6 ชั่วโมงกับทางคดเคี้ยวเฉอะแฉะและมืดมิด ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย สิ่งแรกที่มองหาคือ ร้านอาหาร
และเราก็เจอร้าน "ริมสนาม" จากแสงไฟที่มีอยู่เล็กน้ยก็พอจะรุว่ามันคือ ริมสนามบอลนั่นเอง
ต้มยำปลาช่อน ไข่เจียวหมูสับ กับผัดหน่อไม้ฝรั่ง และข้าสวยร้อนๆ 3 ถ้วย นี่คือสวรรค์
อาหารที่นี่ ให้เยอะมาก เทียบได้กับ 3เท่าของอาหารตามสั่งทั่วไปในกรุงเทพฯ และที่ทำให้ยิ้มอีกอย่างคือ ทั้งหมดราคา 160 บาท...
ท้องอิ่ม ก็มองหาที่พัก...เลยถามป้าร้านอาหาร เค้าเลยหันไปถามกลุ่มตำรวจที่นั่งชิลลกินเหล้าตามประสา...
คุณตำรวจใจดีแนะนำให้แถวด้วยขี่มอเตอร์ไซด์ไปส่งถึงที่... มีน้ำใจจริงๆ
ที่พักพอใช้ได้ พออาบน้ำเสร็จก็นั่งแพลนโปรแกรมสำหรับพรุ่งนี้ ...
05.00 น. ออกจากที่พักไปที่สะพานไม้ ... สวยมาก เป็นบรรยากาศสุดบรรยาย... สะพานไม้ค่อนข้างแข็งแรง
เดินสำรวจซักพัก...ฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้นทุกที แต่ก็ยังคงบรรยากาศกลางหุบเขาไว้ได้...เรือนแพสองฝั่งสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำได้อย่างดี...
ถ่ายรูปกันไปพักใหญ่ ... ก็เห็นชาวบ้านเอาเรือออกหาปลา ...มีทั้งเรือพายและเครื่องยนต์....
ได้นั่งเรือไปดูวัดใต้น้ำที่มีเพียงหลังคาอุโบสถเท่านั้นที่เป็นหลักฐานสำคัญว่าข้างใต้นี้เป็นวัดอย่างสมบูรณ์
ฝนตกมาเป็นระยะ...ทริปนี้ชุ่มฉ่ำมั่กๆ...
พอกลับจากล่องเรือก็ขับรถทัวร์รอบตัวเมืองสังขละฯ ไปสักการะ หลวงพ่ออุตตมะ..และชมเจดีย์พุธคยา...
และเราก็ตักสินใจมุ่งหน้าไปด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นด่านที่สามารถเข้าสู่สหภาพพม่า....
พอขับมาถึงก็ได้แต่แปลกใจ เจดีย์สามองค์ เป็นเพียงแต่เจดีย์เล็กๆ เท่านั้น...
และเราก็ขับรถเข้าสู่สหภาพพม่า...ถนนแย่มั่กๆ ทุกคนใส่โสร่ง ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย..
เด็กๆที่นี่ค่อนข้างขี้อาย... เราก็ไม่ค่อยกล้าถ่ายรูปเท่าไหร่เพราะว่า...คนที่นี่เค้าจ้องเราอย่างกับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก...
ร้านค้าเค้าเป็นเพียงเพิงเล็กๆ มีมอเตอร์ไซด์รับจ้างเยอะมาก ...
จะถ่ายรูปแต่ละทีช่างยากเย็น เพราะกลัวว่าเค้าจะไม่พอใจและควักปืนออกมายิง...ซะงั้น....
และก็กลับสู่ผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง ...การจากแผ่นดินไทยไปไม่ถึงชั่วโมงทำให้รักประเทศไทยขึ้นอีกเป็นกอง...
คงเป็นเพราะเราไม่ไม่คุ้นเคยกับพวกเค้าเลยทำให้ทุกอย่างดูน่ากลัวเกินกว่าเหตุ...
กลับไปที่ตัวเมืองสังขละฯเพื่อทานข้าว และออกเดินทางต่อ...
ขับรถออกมาซักพักผ่านอุทยานแห่งชาติเขาแหลม...เห็นน้ำตกอยู่หน้าอุทยานเลยต้องแวะซะหน่อย...
พยายามจะเก็บภาพน้ำตก...ฝนเริ่มปรอยปรายลงมา...
อ๋องลงทุนยกกล้องไปกลางน้ำ...ฝนก็ตกหนักขึ้นทุกที...
ยังไม่เลิกล้มความพยายาม...เดินต่อเข้าไปเพื่อหามุมที่น่าสนใจ ฝนก็โปรยลงมาเม็ดใหญ่ขึ้นทุกที...
บ้าไปแล้ว แบกกล้องตากฝน...และเดินเข้าไปไกลขึ้นทุกที และมิ้งก็เหลือบเห็นเจ้าลูกงูตัวจ้อย...ความพยายามจะไปถ่ายรูปกลางน้ำก็พับเก็บไปโดยปริยาย...
ฝนหนักขึ้นทุกที เลยเดินกลับมาหยิบเป้เอาชุดไปเปลี่ยน...
เจ้าหน้าที่หน้าอุทยานคงงว่าไอ้พวกนี้มันขันเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันในอุทยานมาเร้อออ....
555++ เป็นความบ้าส่วนตัว...บ้ากันหมด ถึงว่า..ไม่งั้นคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก...จิงมะ...555++
ออกเดินทางต่อ เหนื่อยมาก...สงสารอ๋อง ขนาดมิ้งไม่ได้ขับรถยังเหนื่อยเลย....
แอบหลับไปพักนึงปล่อยให้อ๋องขับรถไป...เหอะๆๆ
วางแผนเลือกสถานที่ต่อไป...โอ้!!! เอาให้คุ้ม....
ตกลงว่าไปช่องเขาขาด...ทะยานกันจริงๆ
ไปถึงฝนก็ทำให้เราต้องพึ่งร่ม เดินชมกันไป....
ชอบจริงๆบรรยากาศป่าฝนเมืองกาญฯนี่สดชื่นจิงๆ
แต่ยุงที่นี่ดุมั่กๆกัดจนพรุน มิ้งโดนไป30 ตุ่มรวด...แงๆๆ
ผลัดกันเป็นนางแบบนายแบบ... แต่ด้วยสัมภาระอันมากมาย และยุงก็รุมจนไม่เป็นอันทำอะไร...
รูปที่ถ่ายให้อ๋องไม่ค่อยดีเท่าที่ควร โทษน้า(-/\-)....
ขากลับ มิ้งก็มั่วนิ่มหาทางที่ชันสุดแสน และไกลกว่าทางเดิม 3 เท่า...เดินอ้อมเขา 1 รอบถ้วน...
หมดแรงกันไป....ขับรถกลับกรุงเทพฯ....
เป็นทริปที่ประทับใจมากๆๆๆๆๆเหนื่อยมากๆๆๆๆ
ขอบคุณอ๋องเพื่อนที่ใจมั่กๆ นายชิลล สุดๆ ขอบคุณบีช เพื่อนเจ้าถิ่น...
ขอบคุณอะไรก็ตามที่ดลใจให้ได้มาที่นี่....
รักจัง....สังขละบุรี...คงอีกนานกว่าจะได้กลับไปอีกครั้ง....
PS. อยากดู SUPERMAN RETURNs 3D
ไปดูกันเถอะ...เพื่อนๆไปดูกันหมดแล้ว.... |
|
||||
|
|